ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

บทความ

โรคกำมะหยี่ในปลาน้ำจืด อาการผงสีทองและความต่างจากโรคจุดขาว

ประมาณ 1,433 คำ · อ่านราว 7 นาที

โรคกำมะหยี่ในปลาน้ำจืด – อาการผงสีทองและความต่างจากโรคจุดขาว
ภาพหัวเรื่อง (ภาพวาด): ปลาตัวแทนคือปลากัดครีบสั้น ไม่ใช่ภาพแสดงอาการของโรค

เมื่อผิวของปลาน้ำจืดมีผงละเอียดสีทองหรือสีสนิม อาจเกี่ยวข้องกับโรคกำมะหยี่ แต่การติดเชื้อบางกรณีเกิดที่เหงือกเป็นหลัก จึงมองไม่เห็นผงทองแบบทั่วไปด้วยตาเปล่า การเปลี่ยนแปลงของการหายใจ พฤติกรรม และความอยากอาหารจึงสำคัญไม่แพ้กัน [1][2]

เชื้อก่อโรคในน้ำจืดส่วนใหญ่เป็นไดโนแฟลกเจลเลตปรสิตในสกุล Piscinoodinium ชนิดที่พบบ่อยได้แก่ P. pillulare [1][6] ส่วนโรคกำมะหยี่ในปลาทะเลมี Amyloodinium ocellatum เป็นตัวแทน จะนำข้อมูลการจัดการของทั้ง 2 ชนิดมาใช้แทนกันโดยตรงไม่ได้ [1]

สงสัยว่าเป็นโรคกำมะหยี่ ควรตรวจอะไรก่อน

วัดอุณหภูมิน้ำ pH แอมโมเนีย และไนไตรต์ก่อน ตรวจการเติมอากาศและระบบกรอง สังเกตว่าปลาถูตัว หุบครีบ ไม่กินอาหาร หรือหายใจเร็วหรือไม่ และจดว่าช่วงนี้มีการเพิ่มปลาใหม่หรือคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ถ้าลูกปลาป่วย มีปลาหลายตัวผิดปกติในเวลาสั้นๆ หรือปลาหายใจเร็วแต่ไม่เห็นรอยโรคชัดเจน ควรรีบติดต่อสัตวแพทย์ การเลือกยาจากสีของจุดผงอย่างเดียว ทำให้มองข้ามการติดเชื้อที่เหงือกหรือวินิจฉัยสาเหตุผิดได้ง่าย

ผงสีทองที่มองเห็น กับการติดเชื้อที่เหงือกที่มองไม่เห็น

ปรสิตระยะเกาะตัวปลามีรงควัตถุ เกาะอยู่ที่ผิวหนัง ครีบ หรือเหงือก ถ้าติดหนัก ปลาจะดูเป็นมันวาวคล้ายผ้ากำมะหยี่ เมื่อเหงือกได้รับผลกระทบ งานวิจัยด้านพยาธิวิทยาในปลาแพะวงศ์ Callichthyidae (Corydoras, Brochis) เคยพบการเพิ่มจำนวนของเซลล์เยื่อบุและแผ่นเหงือกเชื่อมติดกัน ซึ่งอาจลดพื้นที่แลกเปลี่ยนก๊าซที่ใช้งานได้ [1][3]

ปลาป่วยอาจถูตัวกับวัตถุ ว่ายน้ำอ่อนแรง ไม่กินอาหาร หรืออยู่ใกล้ผิวน้ำ อาการเหล่านี้พบได้ในภาวะขาดออกซิเจนและโรคอื่นด้วย จึงต้องตีความผลคุณภาพน้ำร่วมกับการส่องกล้องจุลทรรศน์ ลูกปลามักไวต่อเชื้อชนิดนี้มากกว่า [2]

โรคกำมะหยี่กับโรคจุดขาวแยกกันอย่างไร

ภาพประกอบ (ภาพวาด): ด้านซ้ายเป็นลวดลายคล้ายผงละเอียด ด้านขวาเป็นจุดขาวกระจาย เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบ ภาพสีเดียวไม่ได้แสดงสีจริงของผงทอง
หัวข้อเปรียบเทียบโรคจุดขาวในปลาน้ำจืดโรคกำมะหยี่ในปลาน้ำจืด
เชื้อก่อโรคซิลิเอต Ichthyophthirius multifiliisไดโนแฟลกเจลเลต Piscinoodinium
ลักษณะทั่วไปจุดขาวคล้ายเม็ดเกลือที่แยกเป็นจุดๆ ได้จุดผงละเอียดกว่า สีทอง สีสนิม หรือขาวอมเทา อาจดูคล้ายแผ่นฟิล์มบางๆ
ตำแหน่งที่เกาะหลักผิวหนัง ครีบ เหงือกผิวหนัง ครีบ เหงือก
ไม่มีจุดบนผิวก็ยังอาจติดเชื้อที่เหงือกก็อาจติดเชื้อที่เหงือกได้เช่นกัน
วิธียืนยันส่องกล้องจุลทรรศน์ตัวอย่างสดจากเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องส่องกล้องจุลทรรศน์ตัวอย่างสดจากเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้อง

ตารางนี้สรุปจากข้อมูลปรสิตของปลา [1][2][4] ใต้กล้องจุลทรรศน์ Piscinoodinium ระยะเกาะตัวปลามักเป็นรูปไข่ สีอำพัน ภายในเป็นเม็ดๆ และไม่เคลื่อนที่อย่างอิสระ [2] ส่วนพยาธิโรคจุดขาวมีลักษณะการเคลื่อนที่และลักษณะเซลล์ต่างออกไป [8] การตรวจเหล่านี้ให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำ

ทำไมวงจรชีวิตจึงทำให้เป็นซ้ำ

วงจรชีวิตประกอบด้วยระยะเกาะบนตัวปลา ระยะซีสต์หลังหลุดจากตัวปลา และระยะไดโนสปอร์ที่ว่ายในน้ำ ปรสิตที่โตเต็มที่จะหลุดออกจากตัวปลา แล้วแบ่งตัวในซีสต์เป็นระยะติดเชื้อรุ่นใหม่ เมื่อจุดผงที่เห็นลดลง ในสิ่งแวดล้อมก็อาจยังมีเชื้อก่อโรคอยู่ [1][5]

คู่มือปรสิตปลาน้ำจืดของ UF/IFAS ฉบับเก่าบันทึกว่า ที่ประมาณ 23–25°C วงจรชีวิตอาจใช้เวลา 10–14 วัน และอาจช้ากว่านี้เมื่ออุณหภูมิต่ำ นี่เป็นช่วงอ้างอิงจากข้อมูลเฉพาะแหล่ง ไม่ใช่กำหนดเวลาตายตัวของทุกตู้ และไม่ควรใช้คำนวณจำนวนครั้งในการให้ยาเอง [5]

ซีสต์ทนต่อการจัดการด้วยสารเคมีได้ดีกว่า [5] แผนการจัดการควรขึ้นกับเชื้อก่อโรคที่ยืนยันแล้ว ชนิดปลา และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลความไวต่อยาและระยะเวลาการรักษาของ Amyloodinium ในน้ำทะเล จะนำมาใช้เป็นสูตรสำหรับ Piscinoodinium ในน้ำจืดโดยตรงไม่ได้

มีคลอโรพลาสต์ แปลว่าปิดไฟแล้วจะหายหรือเปล่า

Piscinoodinium ระยะเกาะตัวปลามีรงควัตถุและสังเคราะห์แสงได้ งานศึกษาบางกรณีก็พบคลอโรพลาสต์ด้วย [1][6] แต่ลักษณะทางชีววิทยานี้พิสูจน์โดยตรงไม่ได้ว่าตู้ปลาในบ้านจะกำจัดการติดเชื้อได้ด้วยการปิดไฟอย่างเดียว และยิ่งไม่ควรใช้การปิดไฟแทนการยืนยันเชื้อก่อโรคและการจัดการอย่างครบถ้วน

ในทำนองเดียวกัน การปรับอุณหภูมิน้ำก็ไม่ใช่วิธีทั่วไปที่ใช้ได้กับปลาทุกชนิด ไม่ควรเปลี่ยนเอง การปรับสภาพแวดล้อมใดๆ ต้องคำนึงถึงความทนทานและสภาพการหายใจของปลา และปรึกษาสัตวแพทย์

ลดความเสี่ยงที่จะนำเชื้อเข้ามาและการติดเชื้อลุกลาม

ปลาใหม่ควรกักโรคในระบบแยกก่อน ไม่เทน้ำที่ใช้ขนส่งลงตู้ และแยกสวิงกับถังน้ำใช้เฉพาะ รักษาความหนาแน่นที่เหมาะสม การเติมอากาศและคุณภาพน้ำที่ดี นำเศษอินทรียวัตถุที่มากเกินไปออก และลดความเครียดของปลา [7]

โรคกำมะหยี่อาจทำให้ปลาตายจำนวนมากได้ [1][6] อัตราการติดเชื้อหรืออัตราการตายในรายงานจากต่างประเทศจะใช้แทนความเสี่ยงของตู้ปลาในบ้านโดยตรงไม่ได้ เร่งด่วนหรือไม่ควรดูจากการหายใจจริง ระยะการดำเนินโรค และจำนวนปลาที่ป่วย

คำถามที่พบบ่อย

ส่องไฟฉายแล้วเห็นผงทอง ยืนยันโรคได้เลยไหม

ไม่ได้ แสงไฟช่วยให้สังเกตผิวปลาได้ แต่แสงสะท้อนตามธรรมชาติ เมือก และสิ่งอื่นที่เกาะอยู่อาจทำให้สับสน การยืนยันโรคยังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ

ไม่เห็นผงทอง แต่ลูกปลาตายเรื่อยๆ ควรทำอย่างไร

ตรวจคุณภาพน้ำและออกซิเจนละลายก่อน แล้วให้สัตวแพทย์ตรวจเหงือกและสาเหตุอื่น จะตัดโรคกำมะหยี่ออกเพราะไม่เห็นผงทองแบบทั่วไปไม่ได้ [1][2]

จุดผงลดลง แปลว่าหายแล้วใช่ไหม

จุดผงอาจลดลงเพราะปรสิตหลุดออกจากตัวปลา แต่ระยะในสิ่งแวดล้อมอาจยังเจริญต่อไป จัดการครบแล้วหรือยัง ต้องดูจากสภาพปลาโดยรวมและระยะเวลาการรักษา

ถ้าต้องใช้ยา ให้ใช้ยาสำหรับสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเหมาะกับกรณี โดยปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำของสัตวแพทย์

อ่านเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

  1. Petty BD, Francis-Floyd R, Yanong RPE. Parasitic Diseases of Fish. Merck Veterinary Manual, ปรับปรุงปี 2022.
  2. Pouder DB, Curtis EW, Yanong RPE. Common Freshwater Fish Parasites Pictorial Guide: Dinoflagellates, Coccidia, Microsporidians and Myxozoans. UF/IFAS, FA110, 2005.
  3. Ferraz E, Sommerville C. Pathology of Piscinoodinium sp. (Protozoa: Dinoflagellida), parasites of the ornamental freshwater catfishes Corydoras spp. and Brochis splendens (Pisces: Callichthyidae). Diseases of Aquatic Organisms 33, 43–49, 1998. doi:10.3354/dao033043.
  4. Francis-Floyd R, Yanong RPE, Pouder DB. Ichthyophthirius multifiliis (White Spot) Infections in Fish. UF/IFAS, CIR920/FA006, 1991 (ปรับปรุงปี 2026).
  5. Klinger RE, Francis-Floyd R. Introduction to Freshwater Fish Parasites. UF/IFAS, CIR716, 1987 (ทบทวนปี 2013).
  6. Shaharom-Harrison FM et al. Epizootics of Malaysian cultured freshwater pond fishes by Piscinoodinium pillulare (Schaperclaus 1954) Lom 1981. Aquaculture 86, 127–138, 1990. doi:10.1016/0044-8486(90)90107-X.
  7. Yanong RPE, Erlacher-Reid C. Biosecurity in Aquaculture Part 1 An Overview. SRAC Publication 4707, 2012.
  8. Pouder DB, Curtis EW, Yanong RPE. Common Freshwater Fish Parasites Pictorial Guide: Motile Ciliates. UF/IFAS, FA108, 2005.
บทความ

เราใช้คุกกี้ เราต้องการทำความเข้าใจว่าผู้เยี่ยมชมใช้งานเว็บไซต์อย่างไรเพื่อปรับปรุงเนื้อหา และอาจใช้วัดผลโฆษณาด้วย คุณเลือกอนุญาตเฉพาะคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ หรือใช้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็นก็ได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว